แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ A2week4 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ A2week4 แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

Assignment2-สัปดาห์ที่4 - คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตสามารถทำให้วิศวกรเป็นคนเก่ง คนดีได้อย่างไร(ร่าง)


    จริงอยู่ที่คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตสามารถทำให้วิศวกรเป็นคนเก่ง คนดีได้แต่จำเป็นต้องมีการปลูกฝัง ชี้แนะ ความเป็นวิศวกรทีเก่ง และ ดี จากวิศวกรที่เก่งและเป็นคนดี คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตจึงเป็นตัวช่วยให้วิศวกรเป็นคนเก่งละดีได้ง่ายขึ้น แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากไม่มีการควบคุม ดูแลการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตก็อาจจะทำให้ขัดขวางการเป็นวิศวกรที่เก่งและดี ให้เป็นได้ยากขึ้น
    ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทกับคนเรามากคอมพิวเตอร์จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการผ่อนแรง หรือ ร่นเวลาการทำงานให้น้อยลงไปได้ เช่นการเขียนแบบในคอมพิวเตอร์ที่สามารถวาดเส้นและรูปร่างต่างๆได้ไวกว่า และยังสามารถลบ แก้ไข หรือ คัดลอก แล้วยังสามาถส่งงานไปให้วิศวกรอีกคนที่ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ ผ่านทาง อินเตอร์เน็ต งานได้ง่ายกว่าการไม่ใช้คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต สามารถทำให้วิศวะกรเป็นคนดี ได้โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของวิศวกรที่เป็นคนดีและเก่ง อีกที โดยผู้ควบคุมจะปลูกฝัง ชี้แนะ การเป็นวิศวกรที่ดี ซึ่งอาจจะใช้อินเตอร์ในช่วยในการชี้แนะ หาตัวอย่างการเป็นวิศกรทีดี

Assignment2-สัปดาห์ที่4

คุณสมบัติที่จำเป็นต่องานวิศวะเป็นอย่างยิ่ง
  • ความคิดสร้างสรรค์ ในแง่ของการทำงานเราอาจจะต้องเจอปัญหาหรืออุปสรรค ความคิดสร้างสรรค์จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้เรามองหาวิธีการใหม่ในการทำงาน หรือหลุดพ้นจากปัญหาเหล่านั้นไปได้
  • ความรู้ทางคณิตศาสตร์ เราต้องมีความรู้ความเข้าใจความซับซ้อนทางคณิตศาสตร์ เพื่อนำมาช่วยในการวิเคราะห์ตัวงาน และออกแบบแนวทางในการแก้ปัญหา
  • ความสามารถทางเครื่องจักรกล เราต้องมีความเข้าใจเครื่องกลเป็นอย่างดี เพราะหากเราไม่เข้าใจอุปกรณ์ที่จะช่วยเราทำงานแล้ว การทำงานของเราอาจจะไม่ราบรื่นเท่าที่ควร
  • การทำงานเป็นทีม ความรู้ความสามารถส่วนบุคคลอาจไม่เพียงพอ เพราะการทำงานที่ดี และสำเร็จไปได้ด้วยดีนั้น เราจำเป็นต้องทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดี ต้องรับรู้และรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วยเช่นกัน
          งานวิศวกรมีความหลากหลาย แตกต่างกันไปตามรูปแบบ และลักษณะงานวิศวกรแต่ละสาย แต่ส่วนใหญ่แล้วรูปแบบของงาน จะมุ่งเน้นไปที่ การออกแบบ คิดวิเคราะห์ และการพัฒนา โดยแบ่งออกเป็นลักษณะคร่าว ๆ ดังนี้ออกแบบ 
-วางแผน และสั่งการก่อสร้างอาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ตลอดจนในโรงงาน หรือสถานที่ประกอบการอื่น ๆวิเคราะห์ และ    หา
-แนวทางในการเลือกใช้วัตถุดิบต่าง ๆ ในเหมาะกับงาน สิ่งแวดล้อม และผู้คนที่จะมาใช้ชิ้นงานนั้นเลือกใช้เทคโนโลยีที่
-เหมาะสมกับงาน วิศวกรจึงต้องเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา เพื่อจะเลือกมาใช้ให้เพราะกับงานที่  ตนเองกำลังทำอยู่
-งานวิศวะส่วนหนึ่งต้องอยู่กับการแก้ปัญหาด้วยเช่นกัน เพราะเครื่องจักรที่เราใช้อยู่อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้  วิศวกรจึง  ต้องรับมือกับปัญหาส่วนนั้นด้วย
-ตรวจสอบ และทดสอบ ตลอดจนประเมินเวลาในการดำเนินการงานในแต่ละโครงการ ว่าจะสำเร็จเสร็จสิ้นเมื่อใด
          

graph week 4

Assignment2-สัปดาห์ที่4


เรียนวิศวฯ อย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จ


ข้อ 1. หาคนที่สร้างแรงบันดาลใจ แล้วดูว่าอะไรคือแรงบันดาลใจของคนๆ นั้น
     การมีแรงบันดาลใจเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราไม่มีแรงบันดาลใจเป็นของตนเอง ก็ให้ดูตัวอย่างจากคนที่จะเป็นต้นแบบให้เราได้   ที่สำคัญจะเรียนสำเร็จหรือทำงานได้ประสบความสำเร็จต้องมีอิทธิบาท 4
ข้อ 2. ทำ Portfolio ประสบการณ์ทำงานของตัวเอง (เท่าที่มีโอกาสและเวลาอำนวย)
     ข้อนี้นักศึกษาไทยยังขาดอยู่มาก เพราะเราไม่ได้สอนนักเรียนให้เป็นนักเขียน นักเล่าประสบการณ์ตนเองมากนัก  บางครั้งแค่ถามว่านักศึกษาให้อธิบายว่าตัวเองเป็นใคร ชอบอะไร ยังตอบไม่ค่อยได้ดี (ให้ถามผู้ใหญ่บางคนก็ยังตอบไม่ค่อยได้เลย)   การเขียนบันทึกประจำวัน (Journal) เป็นเรื่องที่คนไทยไม่ค่อยทำ  ทำให้ระบบการเก็บข้อมูล การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ (แม้กระทั่งประวัติของตัวเอง) ขาดหายไป
ข้อ 3. เรียนรู้และเห็นความสำคัญของการ networking (การรู้จักผู้คน การมี connection)
     การทำงานวิศวกรรมศาสตร์หรืองานใดๆ ก็ตาม จะต้องทำร่วมกับผู้อื่นเสมอ  ยิ่งถ้างานยากๆ หรือซับซ้อน ยิ่งทำคนเดียวไม่ได้  การมีเพื่อนในสาขาต่างๆ การมีมนุษยสัมพันธ์เป็นสิ่งที่จำเป็นในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ
ข้อ 4. ทำงานเป็นคณะทำงานร่วมกับคนอื่นๆ ให้มากที่สุด
     การทำงานเป็นหมู่คณะหรือทำงานเป็น team รู้จักมี teamwork เป็นสิ่งสำคัญ  ถ้าเปรียบโครงการวิศวกรรมเป็นร่างกายคน ทีมงานก็เหมือนอวัยวะต่างๆ ถ้าอวัยวะทำงานไม่สอดคล้องกัน โอกาสที่ร่างกายจะเดินแล้วหกล้มหรือเดินไม่ได้เลยจะมีสูงมาก
ข้อ 5. รู้จักทำงานโดยเป็นผู้นำ(อย่างไม่เป็นทางการ) รู้จัก/เรียนรู้บทบาทผู้นำ โดยที่ไม่จำเป็นต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำในโครงการหรือคณะทำงานนั้นจริงๆ
ข้อนี้อาจารย์ Crawley บอกว่าเราสามารถเป็นผู้นำ(อย่างไม่เป็นทางการ)ได้เสมอ ไม่ว่าเราจะได้รับการมอบหมายหรือไม่  เพราะถ้าเราชักจูงผู้อื่นเป็น ให้ความเห็นที่ดีๆ แล้วมีผู้ดำเนินการตาม ก็เหมือนเราได้ฝึกเป็นผู้นำนั่นเอง
ข้อ 6. หาจุดอ่อนของตัวเองแล้วแก้ไขเสีย
     เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าไม่รู้จักตัวเอง หรือคิดว่าตัวเองเก่ง และไม่รู้จักจุดอ่อนของตัวเองนั้นจะเป็นข้อด้อยในการทำงานในอนาคตแน่นอน  ปรัชญาจีนกล่าวว่า "รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง"  ถ้ารู้เขาก็ไม่รู้ รู้เราก็ไม่รู้.. ก็แพ้่ตั้งแต่ยังไม่ได้เดินแล้ว
ข้อ 7. เรียนวิชาเกี่ยวกับบริหารธุรกิจ
     ถึงจะเป็นนักศึกษาเรียนวิศวกรรมศาสตร์ แต่งานวิศวกรรมก็ต้องใช้เงิน ต้องมีการขาย การตลาด การจัดซื้อ การทำบัญชี logistics ฯลฯ เพราะฉะนั้นต้องรู้จักรู้วิชาอื่นๆ นอกจากเทคโนโลยีทางด้านวิศวกรรมเพียงอย่างเดียว
ข้อ 8. เรียนวิชาออกแบบและวิชามนุษยศาสตร์/สังคมศาสตร์
     เช่นเดียวกันกับข้อที่ผ่านมา เรื่องสังคม มนุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ก็เป็นความรู้ที่นักศึกษาจำเป็นต้องมีในการประกอบวิชาชีพในอนาคต  คนที่เก่งทางเทคนิคมากๆ แต่ไม่มีมนุษยสัมพันธ์เลย จะสื่อสารความเก่งไปยังคนอื่นๆ ไม่ได้ จะไปเป็นหัวหน้างานใครในอนาคตก็คงไม่ค่อยมีผู้ยอมรับ  เรื่องนี้เหมือนความสมดุลระหว่างหยินกับหยาง  จะแรงไปทางเทคโนโลยีอย่างเดียวก็ไม่ได้ จะออกไปทางสังคมเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีความรู้ทางเทคโนโลยีก็ไม่ได้เช่นกัน
ข้อ 9. ใช้เวลาช่วงปิดภาคฤดูร้อนให้เป็นประโยชน์
     อันนี้ขอเสริมว่านอกจากจะเริ่มใช้เวลาภาคฤดูร้อนหาประสบการณ์เพิ่มเติมแล้ว ควรใช้เวลาที่มีอยู่ตอนเรียนนี้ให้เป็นประโยชน์ด้วย โดยการศึกษาเล่าเรียนอย่างมีเป้าหมาย และเข้าเรียน ทำการบ้าน อ่านหนังสือเพิ่มเติมด้วยตนเอง  การเรียนรู้ด้วยตนเองนั้นทำได้ตลอดเวลาและตลอดชีวิต
ข้อ 10. หา Board of directors ส่วนตัว มาเป็นผู้ช่วยในการตัดสินใจหรือสนับสนุนการทำงาน ในที่นี้เหมือนเราเป็นผู้จัดการ     บริษัท ต้องมีคณะกรรมการบริหารบริษัทมาช่วยสนับสนุนหรือช่วยตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ในชีวิต คนกลุ่มนี้อาจเป็นผู้ปกครอง ครู อาจารย์ รุ่นพี่ เพื่อน ฯลฯ
                                                                                                                    

                                                                                                                                                                    (ที่มา : https://www.gotoknow.org/posts/318032)